|
|
|
เรื่องราวของชายหนุ่มคนนึง ที่ได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างความรักความห่วงใยจากสองสถานการณ์ ที่คล้ายกัน
ชายคนหนึ่งเล่าว่า เขาเป็นคนที่จริงจังกับความรักมาก ทุ่มเทและตั้งใจทำสิ่งดีดีให้กับสาวที่จีบแบบสุดๆ จีบก็จีบทีละคน รักใครรักจริง Take care เต็มที่ไม่ได้กลัวตนเองจะเหนื่อย ยอมประหยัดเงินทุกวิถีทาง ขยันหาเงินเป็นพิเศษ ได้เงินมาคอยTake care แฟนสาว เต็มที่เหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่ไม่เคยให้กระทบกับการเรียนเพราะสัญญากับพ่อและแม่ไว้ ว่าจะเอาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาให้
....ช่วงใกล้ๆเลิกกับแฟน เพราะแฟนคนนี้ มีหนุ่มมาจีบใหม่ ซึ่งแน่นอน...ดีกว่าเขาทุกอย่าง และแล้ว...แฟนเขาเริ่มเปลี่ยนไป หงุดหงิดเราง่ายขึ้น ไม่คุยเหมือนเดิม ไม่ได้เที่ยวกันเหมือนเดิม แล้วยังไงดีหล่ะ เราก็เสียใจ หงุดหงิดเหมือนกัน อารมณ์แปรปรวน ว๊ากที่บ้านไปก็มีบ้าง แม้พ่อแม่พี่น้องเตือนเพราะเป็นห่วง ก็คนมันหงุดหงิดอ่ะนะ ทำไงได้.....แล้ววันที่ทำให้ชายหนุ่มคนนี้คิดได้ก็มาถึง
วันนั้นเขาทำงานที่มหาลัยเสร็จดึกมากๆ หน้าฝน แน่นอน ฝนตกหนัก...ระหว่างนั่งรถเมล์กำลังจะกลับบ้าน ก็คิดถึงแฟน (ที่กำลังจะเลิกกัน) ก็เลยโทรหา บทสนทนาคร่าวๆ:-
ผู้เล่า: อยู่ไหนครับ ทำอะไรอยู่ ฝนตกหนักหรือเปล่าตรงนั้น
แฟน: กำลังกลับบ้าน ตก มีอะไรก็รีบๆพูด
ผู้เล่า: มีร่มไม๊
แฟน: ไม่มี
ผู้เล่า: แล้วทำยังไง เดี๋ยวตากฝน ไม่สบายนะ
แฟน: ไม่เป็นไร จัดการเองได้ โตแล้ว
ผู้เล่า: แล้วกินอะไรหรือยัง
แฟน: ยัง ยังไม่หิว
ผู้เล่า: กลับบ้านดีๆนะ ถ้าฝนตกหนัก หาที่หลบก่อน รอฝนซาแล้วค่อยกลับ ดูแลตัวเองด้วย เป็นห่วง
แฟน: (เริ่มหงุดหงิด) อืม รู้แล้ว ไม่มีอะไรใช่ไม๊ แค่นี้นะ !! ..... แล้วก็วางหูไป
ตอนนั้นอยู่บนรถเมล์หลังจากวางหูไป ผมเสียใจมาก เพราะว่าเราหวังดี ไม่คิดว่าจะทำให้ต้องรำคาญใจ....และแล้ว จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดก็มาแล้ว เสียงโทรศัพท์ดังครับ......
ผู้เล่า: ฮัลโหล
ป๊า: (เรียกชื่อ) ลื๊ออยู่ไหนเนี่ย
ผู้เล่า: อยู่บนรถเมล์ ป๊ามีอะไร กำลังกลับบ้าน
ป๊า: กินข้าวหรือยัง
ผู้เล่า: ยังอ่ะ
ป๊า: เออๆ ที่บ้านอาม้าทำกับข้าวไว้แล้ว มี (บอกชื่อกับข้าว)
ผู้เล่า: อืม
ป๊า: แถวบ้านฝนตกหนักนะ ลื๊อเอาร่มไปหรือเปล่าเนี่ย
ผู้เล่า: ไม่มีอ่ะ ไม่ได้เอามา
ป๊า: อ้าว แล้วเดี๋ยวลงรถ จะทำไง จะตากฝนกลับบ้านเหรอ (จากป้ายรถเมล์ ต้องเดินอีกไกลกว่าจะถึงบ้าน)
ผู้เล่า: อืมๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวลุยกลับบ้านไป แป๊ปเดียว ไม่เป็นไรหรอก
ป๊า: เออๆ เอางี๊ ลื๊อลงรถแล้วโทรหาป๊า เดี๋ยวป๊าเอาร่มไปรับ
ผู้เล่า: ไม่เป็นไรป๊า เดี๋ยวเค้ากลับเอง (ใช้แทนตัวเองว่า “เค้า” กับป๊าและม้ามาตั้งแต่เด็กๆ)
ป๊า: เออๆ ลงรถแล้วโทรมาละกัน แค่นี้แหละ....วางหู
....สังเกตอะไรกันไม๊ครับ...
...บทสนทนารหว่างกับแฟน แทบจะเหมือนกับที่ป๊าพูดทุกประโยคเลย...นั่นหล่ะครับจุดเปลี่ยน
...ในขณะที่เราห่วงใครบางคน ใครก็ไม่รู้ ผู้หญิงที่รู้จักมาไม่เกิน 2 ปี รัก และพยายามดูแลทุกอย่าง จะโดนด่าให้เจ็บช้ำน้ำใจขนาดไหนก็ทนเหลือเกิน จะห่วงเค้า แล้วเค้าเห็นค่าของเราหรือเปล่าก็ไม่รู้
...แต่มีชายหญิงคู่หนึ่ง รักเรามากกกกกก มากจริงๆ ถึงแม้จะไม่เคยพูดว่ารักเลย แต่การแสดงออก มันใช่ ต้องใช่แน่ๆ มันเป็นอะไรที่พูดยาก.....เอ้ย เริ่มเป็นเพลง...เอาใหม่ๆ
...มีชายหญิงคู่หนึ่ง ก็พ่อแม่เรานี่หล่ะ รักเรามาก ไม่เคยหวังผลตอบแทน ห่วงเราได้ทุกสถานการณ์ ต่อให้เราเคยหงุดหงิด มีปากเสียงกับท่าน ถามว่าท่านโกรธไม๊....แหะๆ ก็คงมีบ้าง แต่ท่านก็ไม่ได้คิดอะไร และสุดท้ายความโกรธนั้นก็หาย และท่านก็ยังรัก หวังดี แล้วก็ห่วงเราเหมือนเดิม
แต่แปลก ทำไมเราต้องไปสนคนอื่น แคร์คนอื่น ไปเสียใจ เพราะคนอื่นไม่รัก โอย ฟูมฟายกันเลยทีเดียว ตอนเลิกกับแฟน
เราเสียใจให้กับคนที่เรารัก แล้วไม่รักแล้ว....แล้วรู้ไม๊ว่า
คนที่รักเราที่สุดในโลก พ่อแม่เรา เค้าเสียใจมากขนาดไหน ที่เห็นเราเสียใจ เห็นเราเป็นทุกข์
เราเคยคิดอย่างนี้กันบ้างหรือเปล่า
กับคนที่เรารัก เราซื้อของให้ มีเวลาให้ ดูแลสารพัด Take care สารพัด
กับคนที่รักเราที่สุดในโลก เราเคยซื้อของดีๆแพงๆให้บ้างไม๊ เคยพาท่านไปดูหนัง เคยเลี้ยงข้าวท่าน เคยดูแลท่านเหมือนนี่ทำกับแฟนไม๊
แปลกดีเนอะ....เราไปรัก แล้วก็ดูแลใครก็ไม่รู้ เพิ่งรู้จักกันแค่ไม่นาน
แต่คนที่เราเห็นหน้ามาตั้งแต่ลืมตาดูโลกครั้งแรก ไม่เคยคิดจะดูแล
....นี่หล่ะครับ ความคิดที่ออกมาทั้งหมด หลังจากแค่ป๊าถามว่า.... แล้วลื๊อมีร่มไม๊
ตั้งแต่วันนั้น ผมเปลี่ยนเป็นคนละคนเลยครับ ไม่สนคนอื่นแล้ว ถึงผมจะมีแฟนใหม่ ผมดูแลแฟนผม แต่แน่นอน ไม่เท่ากับที่ผมดูแลคนที่บ้าน
ผมบวชให้ป๊าให้ม้า ผมเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เพื่อป๊ากับม้า ---> ผมพาป๊า ม้า ไปกินข้าว กินอาหารในร้านอาหารนอกบ้านบ่อยขึ้น อยู่บ้านมากขึ้น
(แหงหล่ะสิ ก็ถึงตอนนี้ มันโสดนี่หว่า จะให้ไปเที่ยวที่ไหน) พาป๊าม้าไปทำบุญที่วัดบ่อยเท่าที่มีโอกาส
Jผมซื้อของขวัญเล็กๆน้อยๆให้ป๊ากับม้า ทุกครั้งที่ได้มาทำงานหรือดูงานต่างประเทศ ถึงแม้บางที จะทำเป็นบ่นว่าซื้อมาทำไม แพงเปลืองตังค์ แต่...แหนะ อย่ามาแอ๊บ เห็นนะว่าแอบยิ้ม
และแน่นอนครับ ผมมีความสุขมากขึ้น มากขึ้นมากๆจริงๆ เพราะว่า
ผมเห็นคนสองคน ที่รักผมมากที่สุด และผมก็รักเค้าทั้งสองคนมากที่สุด มีความสุข
.......จบบริบูรณ์...
ขอขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่าน หวังว่าคงช่วยทำให้น้องๆเพื่อนๆหลายๆคน หันมารักพ่อแม่มากขึ้นนะ แล้วก็ทำใจได้เร็วขึ้น ถ้าผิดหวังจากคนรักมาอ่ะนะ..อย่าลืม
พ่อแม่มีไว้ให้รักให้ดูแลนะครับ ไม่ได้มีไว้ให้ขอเงินไปซื้อของ กับกินขนม
ขอบคุณบทเนื้อหาดีดี จากคุณ mon2020 Thaiseoboard
|
| ข้อมูลติดต่อผู้ประกาศ |
| |
ชื่อ - นามสกุล : |
I-meedias |
จำนวนผู้อ่าน |
1090 |
|
| |
|
| Reply By Administrator
May 25, 2011, 9:29 pm |
|
|
เนื้อหาอื่นๆ
|
|
|
|